20
AugustDeepfake เครื่องมือยอดฮิตของมิจฉาชีพ
AI นอกจากจะมีประโยชน์มหาศาลเรื่องการทำงาน การอำนวยความสะดวก หรือเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ แล้ว บางอย่างอาจเปิดช่องให้มิจฉาชีพทำมาหากินได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการปลอมแปลงด้วย Deepfake ที่หลายคนเห็นข่าวผู้เสียหายอยู่บ่อยครั้ง แต่เอ๊ะ เรารู้จัก Deepfake มากน้อยขนาดไหน และเราจะจับสังเกตยังไงได้บ้างนะ
Deepfake คืออะไร
Deepfake อาจจะยังไม่มีชื่อในภาษาไทยอย่างชัดเจน เลยขอใช้คำทับศัพท์ตามนี้ไปก่อน
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่า Deepfake คือ AI รูปแบบหนึ่งที่สามารถสร้างสื่อต่าง ๆ ได้ เช่น ภาพนิ่ง เสียง ภาพเคลื่อนไหวที่มีความสมจริงมาก เนื่องจากสามารถเรียนรู้ลักษระของต้นแบบอย่างละเอียดด้วยการเรียนรู้ข้อมูลมหาศาล ไม่ว่าจะเห็น สีผิว ตา ปาก จมูกหรือลักษณะอื่น ๆ มี 2 รูปแบบหลัก ๆ กล่าวคือ
ปลอมบางส่วน (Face Wrap)เช่น การเอาหน้าคนที่อยากปลอม ไปแปะใส่หน้าคนอื่น
ปลอมทั้งหมด (Face Reenactment) เช่น การสร้างภาพหรือวิดิโอของใครบางคนให้ออกมา โดยสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด จากการให้ข้อมูลจำนวนมากเช่น การยิ้ม การกระพริบตา ทำให้การทำDeepfake รูปแบบนี้มีความสมจริงมาก ๆ
มิจฉาชีพใช้ Deepfake ยังไงให้หลงกล
เพราะสื่อที่สร้างมาจาก Deepfake นั้นอาจเป็นจากต้นแบบที่เป็นคนดัง หรือบุคคลทั่วไปที่ต่างมีภาพหรือคลิปบนโลกออกไลน์ การหลอกลวงโดยใช้ Deepfake จริงมีมากมายหลายรูปแบบ เช่น
โฆษณาสินค้าจากดาราตัวปลอม
มิจฉาชีพนอกจากจะหลอกเอาเงินเราง่าย ๆ ด้วยการข่มขู่ ปลอมแปลงแล้ว การทำสินค้าปลอม ๆ ที่ไม่ได้คุณภาพก็ยังเป็นหนึ่งวิธีการที่สามารถหากินกับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้ แต่จะขายของพวกนั้นให้น่าเชื่อถือได้ยังไงนะ โชคดีที่มีเทคโนโลยี Deepfake ที่มิจฉาชีพสามารถสร้างคลิปวิดิโอหรือภาพโฆษณาสินค้าด้วยดาราตัวปลอมให้เราหลงเชื่อ ก่อนหน้านี้มีข่าวดังว่ามีโฆษณาอาหารเสริมใช้ Deepfake สร้างพรีเซนเตอร์ผู้ประกาศข่าวคนดังให้หลงเชื่อ หลายคนเสียเงินซื้อยาหรืออาหารเสริมที่ไม่ได้คุณภาพเหล่านั้น นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้วอาจจะเสียสุขภาพของเราอีกด้วย
วิดิโอคอลจากคนรู้จัก
ข้อนี้ หลายคนคงได้ยินมาบ่อยแล้วเรื่องของการปลอมเป็นคนรู้จัก นอกเหนือจากการแอดไลน์ทำทีพูดคุยแล้ว เดี๋ยวนี้ Deepfake ก็สามารถทำให้มิจฉาชีพเหล่านั้นปลอมเสียงของคนที่เรารู้จักไปหลอกเราหรือหลอกคนอื่นได้ ไหนยังจะมาเป็นวิดิโอคอลที่ถามตอบกับเราได้อีก หากเราไม่เอะใจอะไร ก็อาจจะสูญเงินไปให้มิจฉาชีพง่าย ๆ ก่อนจะเชื่อว่าเป็นคนที่เรารู้จักจริง ลองหาวิธีการพิสูจน์ เช่น ถามข้อมูลที่รู้กันเท่านั้น ดูว่าคนที่เราคุยได้สามารถตอบได้จริงหรือไม่ด้วยล่ะ
วิดิโอคอลแอบอ้างหน่วยงานต่าง ๆ
เคสนี้โดนกันมานักต่อนัก แอบอ้างเป็นตำรวจบางล่ะ แอบอ้างเป็นธนาคารหรือหน่วยงานราชการบ้างล่ะ สร้างความน่าเชื่อถือหรือสร้างความกดดันให้เรารีบทำอะไรบางอย่าง ถ้าเป็นไปได้ ก่อนจะเชื่ออะไร ดูว่าเรามีธุระกับคนหรือบุคคลเหล่านั้นจริง ๆ หรือไม่ เราสามารถพิสูจน์ตัวตนของบุคคลเหล่านั้นได้จริงหรือเปล่า มีท่าทีรีบเร่งให้เราลงมือทำหรือตัดสินใจอะไรโดยไม่ผ่านการตรวจสอบหรือพิจารณาให้ถี่ถ้วนหรือไม่ หากยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจก็ไม่จำเป็นต้องรีบดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะ
วิธีสังเกต Deepfake แบบง่าย ๆ
แม้ว่า Deepfake จะปลอมเป็นใครก็ได้บนโลก แต่เทคโนโลยีนี้ก็ยังมีช่องให้เราจับสังเกตความผิดปกติได้อยู่ดี อ้างอิงข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เราสามารถสังเกต Deepfake ได้จากเรื่องเหล่านี้
น้ำเสียง
เสียงที่พูดจาก AI จะขาดอารมณ์ความรู้สึก บางทีพูดประโยคที่ยาวเกินไป โดยไม่มีจังหวะเว้นวรรคหรือจังหวะของการหยุดหายใจ หากคนเราพูดจริง ๆ อาจมีการเน้นน้ำหนักเสียงไม่เท่ากันในแต่ละคำ หรือเราอาจจะดูว่าออกเสียงคำได้ถูกต้องขนาดนั้นไหม บางทีมีเรื่องความเพี้ยนของวรรณยุกต์ หรือพูดคำใดคำหนึ่งที่ชัดเจนเกินกว่าคนธรรมดาจะพูดจริง ๆ
ใบหน้า
แม้ว่าจะสามารถเอาหน้าของบุคคลอื่นมาหลอกเราได้ แต่ใบหน้าเหล่านั้นก็อาจจะมีบางอย่างให้เราจับสังเกต เช่น การขยับปากไม่สอดคล้องกับเสียง ดูไม่เป็นธรรมชาติ กะพริบตาถี่หรือน้อยเกินไป ใบหน้าอาจดูผิดสัดส่วนได้เมื่อหันซ้ายหันขวา หรือแม้แต่การกระจายแสง จะเห็นว่าแสงและเงาบนในหน้าดูแปลกไป ดูเหมือนเป็นภาพตัดต่อก็ย่อมได้
แม้ว่ามิจฉาชีพจะใช้เครื่องมืออะไรที่แสนจะแนบเนียนมาหลอกเราก็ตาม แต่หากเรามีสติ พิจารณาอย่างรอบคอบก็น่าจะป้องกันตัวเองได้ รวมทั้งคนรอบข้างที่อาจตกเป็นเหยื่อ ลองสอดส่องคนใกล้ชิด แนะนำวิธีการสังเกต เพื่อไม่ให้เราและคนที่เรารักตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก
บทความ: MULA Learning
รูปประกอบ: MULA Learning