การค้นหาแบบครอบคลุมทั้งหมดยังไม่ได้เปิดใช้งาน
ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Blog entry by Anuntapong Chuen-im

อยากเผาผลาญพลังงานได้ดี ต้องรู้วิธีกระตุ้นเมตาบอลิซึม

อยากเผาผลาญพลังงานได้ดี ต้องรู้วิธีกระตุ้นเมตาบอลิซึม

ร่างกายของเรามีกระบวนต่าง ๆ มากมายที่ลึกลับ ซับซ้อน แต่ก็ทำให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข หนึ่งในนั้นคือ กระบวนการที่เรียกว่า “เมตาบอลิซึม (Metabolism)” ชื่ออาจจะฟังดูยากไปซักหน่อย แต่ถ้าบอกใบ้คร่าว ๆ ว่าเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญของร่างกายแล้วล่ะก็ เป็นกระบวนการในร่างกายที่จำเป็น และเราควรทำความเข้าใจอย่างดีเลยล่ะ วันนี้มูลาเลยขออาสาเล่าเรื่องเมตาบอลิซึมแบบง่าย ๆ ให้เพื่อน ๆ ผู้รักสุขภาพเข้าใจ และได้วิธีการดูแลร่างกายตัวเองให้กระบวนการนี้ของเราเป็นไปอย่างดี ตามอ่านกันได้เลย

 

เมตาบอลิซึม คืออะไรกันนะ

อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์พบแพทย์ (Pobpad.com) ระบุว่า กระบวนการเมตาบอลิซึมนั้น ประกอบด้วย 2 กระบวนการหลัก ๆ คือ การย่อยสารอาหารจากอาหารที่ร่างกายได้รับ และซ่อมแซมหรือเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกาย พลังงานจากสารอาหารจะไม่สามารถนำไปใช้เลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ หากไม่มีกระบวนเมตาบอลิซึม หลาย ๆ คนจึงอาจเรียกกระบวนการนี้แบบง่าย ๆ ว่า กระบวนการเผาผลาญของร่างกาย นอกจากนี้พลังงานที่ได้หลังกระบวนการเมตาบอลิซึมยังทำให้ร่างกายของเราทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เป็นปกติ ไม่ว่าจะเป็น หายใจ ขับของเสีย ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เป็นต้น

 

เมตาบอลิซึมสำคัญขนาดไหน

แน่นอนว่า ถ้าไม่มีกระบวนการนี้ เราไม่มีทางได้พลังงานจากอาหารที่เราทานเข้าไปอย่างแน่นอน ไหนจะเรื่องของการซ่อมแซมหรือเสริมสร้างส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็คงจะเป็นไปอย่างไม่ปกติ ความสำคัญอีกอย่างคือ เมตาบอลิซึมนั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อน้ำหนักตัวของเรา ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามว่าผอมหรือไม่ผอม แต่น้ำหนักตัวมีความสำคัญเป็นอันดับต้น หากเรามีน้ำหนักตัวที่สมส่วน ไม่อ้วนลงพุง ก็สามารถลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก ๆ ต่อโรคร้ายแรงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

 

แล้วถ้าระบบเผาผลาญร่างกายไม่ดีขึ้นมา จะเป็นอะไรไหมนะ

เราอาจจะพอจินตนาการออกว่า ถ้าร่างกายของเราเผาผลาญได้ไม่ดี อาหารที่เรารับเข้าไปอาจจะไม่ได้เปลี่ยนเป็นพลังงานได้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งข้อนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราควรละเลย อ้างอิงข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ภาวะที่กระบวนการเมตาบอลิซึมทำงานได้ไม่เต็มที่จนเกิดผลกระทบนั้น เรียกว่า “ภาวะเมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome)” โดยภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไขมันสูง โรคหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้เลย ต้นตอของภาวะนี้โดยมากมาจากโรคอ้วน หรือแม้แต่การอ้วนลงพุง ก็ก่อให้เกิดภาวะนี้ได้ง่าย ๆ หรือบางคนอาจเป็นเรื่องของพันธุกรรม หรืออายุที่เพิ่มขึ้นก็เป็นได้

วิธีการรักษาหลัก ๆ ในปัจจุบันของภาวะเมตาบอลิกซินโดรม คือ การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร ซึ่งอย่าให้ถึงขั้นที่เราต้องรักษาแบบนี้เลย เรามาวิธีดูแลและกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกายกันดีกว่า

 

วิธีกระตุ้นเมตาบอลิซึมที่ใครก็ทำได้

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น น้ำหนักตัวหรือภาวะโรคอ้วนนั้นมีผลทำให้ร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานได้ไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นวิธีการกระตุ้นเมตาบอลิซึมจึงเกี่ยวข้องกับการควบคุมน้ำหนักให้สมส่วน ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป โดยมีวิธีการหลัก ๆ ดังนี้

 

  1. เลือกทานอาหารที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน
    โดยโปรตีนเป็นสารอาหารที่แนะนำ เพื่อน ๆ ควรเลือกอาหารที่มีส่วนประกอบของโปรตีนที่มีไขมันต่ำไม่ว่าเป็น เนื้อไก่ ไข่ไก่ นม ถั่ว เนื้อปลา เป็นต้น
    นอกจากนี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ Hello คุณหมอ (Hellokhunmor.com) ยังมีอาหารที่กระตุ้นกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย กล่าวคือ อาหารที่มีไฟเบอร์ ธาตุเหล็กหรือสังกะสี ซีลีเนียม ไม่ว่าจะเป็น บล็อกโคลี สาหร่ายทะเล พริก หรือขิง เป็นต้น
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ
    ข้อนี้เป็นข้อเบื้องต้นที่ใคร ๆ ก็รู้กัน นอกจากเป็นประโยชน์ในการควบคุมน้ำหนักแล้ว การออกกำลังกายบางรูปแบบ ยังเป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ยิ่งเป็นรูปแบบที่เราต้องใช้พลังงานมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น
  3. เปลี่ยนพฤติกรรมให้ได้ขยับร่างกายอยู่ตลอด
    หากว่า เราอาจจะไม่ได้ออกกำลังกาย เข้ายิมอย่างจริงจังตลอด แต่เราก็สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ร่างกายของเราได้ใช้พลังงานที่สะสมไว้นั้นเอง เช่น เปลี่ยนการขึ้นลิฟต์เป็นการขึ้นลงบันได เปลี่ยนการนั่งวินมอเตอร์ไซต์เป็นการเดินหากระยะทางไม่ได้ไกลเกินไป ลุกขึ้นขยับแขนขาระหว่างการทำงาน หรือการทำงานบ้าน เป็นต้น
  4. นอนหลับให้เพียงพอ
    การนอนหลับก็เป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเรานอนหลับน้อยเท่าไหร่ กระบวนการเผาผลาญพลังงานของเราก็ทำงานได้แย่เท่านั้น เพราะฉะนั้นเราควรใส่ใจเรื่องการนอนหลับให้มีคุณภาพและมีระยะเวลาที่เพียงพอด้วย

 

เป็นอย่างไรกันบ้าง ทีนี้เพื่อน ๆ คงเข้าใจเรื่องระบบเผาผลาญของร่างกายมากขึ้นแล้ว แถมยังรู้วิธีดูแลให้กระบวนการนี้ทำงานได้อย่างดี เพื่อไม่เกิดภาวะความเสี่ยงโรคอื่น ๆ ที่ไม่มีใครอยากเป็น เพราะฉะนั้นแล้ว เรามาเริ่มดูแลกระบวนการเผาผลาญของร่างกายเราให้ทำงานอย่างเต็มที่กันเถอะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.bangkokhospital.com/content/metabolic-syndrome

https://www.pobpad.com/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%8D

https://hellokhunmor.com/%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%8a%e0%b8%9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/

 

บทความ: MULA Learning
รูปประกอบ: MULA Learning

 

  • แชร์


  
Close menu
หากคุณใช้งานเว็บไซต์นี้ต่อไป จะถือว่าคุณยอมรับเงื่อนไขตามนโยบายของเรา
ใช้งานเว็บไซต์ต่อ
x